posted on 15 Dec 2009 22:25 by nai236 in dhamma
อ่านแล้วเก็บรักษา บุญรักษาเนืองนอง
รู้แล้วบอกทั่วกัน บุญกุศลเรืองรอง
1.ชีวิตย่อมเป็นไปตามลิขิต (ละชั่วทำดี) วอนขออะไร
2.วันนี้ไม่รู้เหตุการณ์ในวันพรุ่งนี้ กลุ้มเรื่องอะไร
3.ไม่เคารพพ่อแม่แต่เคารพพระพุทธองค์ เคารพทำไม
4.พี่น้องคือผู้ที่เกิดตามกันมา ทะเลาะกันทำไม
5.ลูกหลานทุกคนล้วนมีบุญตามลิขิต ห่วงใยทำไม
6.ชีวิตย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จ ร้อนใจทำไม
7.ชีวิตใช่จะพบเห็นรอยยิ้มกันได้ง่าย ทุกข์ใจทำไม
8.ผ้าขาดปะแล้วกันหนาวได้ อวดโก้ทำไม
9.อาหารผ่านลิ้นแล้วกลายเป็นอะไร อร่อยไปใย
10.ตายแล้วบาทเดียวก็เอาไปไม่ได้ ขี้เหนียวทำไม
11.ที่ดินคือสิ่งที่สืบทอดแก่คนรุ่นหลัง โกงกันทำไม
12.โอกาสจะได้กลายเป็นเสีย โลภมากทำไม
13.สิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่เหนือศีรษะเพียง 3 ฟุต ข่มเหงกันทำไม
14.ลาภยศเหมือนดอกไม้ที่บานอยู่ไม่นาน หยิ่งผยองทำไม
15.ทุกคนย่อมมีลาภยศตามวาสนาที่ลิขิต อิจฉากันทำไม
16.ชีวิตลำเค็ญเพราะชาติก่อนไม่บำเพ็ญ แค้นใจทำไม (บำเพ็ญไวไว)
17.นักเล่นการพนันล้วนตกต่ำ เล่นการพนันทำไม
18.ครองเรือนด้วยความประหยัดดีกว่าไปขอพึ่งผู้อื่น สุรุ่ยสุร่ายทำไม
19.จองเวรจองกรรมเมื่อไรจะจบสิ้น อาฆาตทำไม
20.ชีวิตเหมือนเกมหมากรุก คิดลึกทำไม
21.ฉลาดมากเกินจึงเสียรู้ รู้มากทำไม
22.พูดเท็จทอนบุญจนบุญหมด โกหกทำไม
23.ดีชั่วย่อมรู้กันทั่วไปในที่สุด โต้เถียงกันทำไม
24.ใครจะป้องกันมิให้มีเรื่องเกิดขึ้นได้ตลอด หัวเราะเยาะกันทำไม
25.ฮวงซุ้ยที่ดีอยู่ในจิตไม่ใช่อยู่ที่ภูเขา แสวงหาทำไม
26.ข่มเหงผู้อื่นคือทุกข์ รู้ให้อภัยคือบุญ ถามโหรเรื่องอะไร
27.ทุกสิ่งจบสิ้นลงด้วยความตาย วุ่นวายทำไม
นำมาจาก http://teacher.pk.ac.th/tangmo/buddhism/pray/jikong.html
posted on 11 Dec 2009 10:01 by nai236 in dhamma

พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร
วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร
ทางพ้นทุกข์
การ สำเร็จมรรคสำเร็จผล ไม่ได้สำเร็จที่อื่นที่ไกล สำเร็จที่ดวงใจของเรา คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ท่านวางไว้ถึง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ท่านก็ไม่ได้วางไว้ที่อื่น วางที่กาย ที่ใจของเรานี้เอง นี่เรียกว่า เป็นที่ตั้งแห่งธรรมวินัย ความที่พ้นทุกข์ ก็จะพ้นจากที่ไหนเล่า คือใจเราไม่ทุกข์ แปลว่าพ้นทุกข์ เพราะฉะนั้น ได้ยินแล้ว ให้พากันน้อมเข้าภายใน ธรรมะคำสั่งสอน ของพระพุทธเจ้า รวมไว้ในจิตดวงเดียว เอกํ จิตฺตให้จิดเป็นของเดิม จิตฺตํ ความเป็นอยู่ ถ้าเราน้อมเข้าถึงจิตแล้ว ความสำเร็จอยู่ที่นั้น ถ้าเราไม่รวมแล้ว มันก็ไม่สำเร็จ ทำการทำงาน ทุกสิ่งทุกอย่าง ก็ต้องรวมถึงจะเสร็จ ถ้าไม่รวมเมื่อไร ก็ไม่สำเร็จ เอกํ ธมฺมํ มีธรรมดวงเดียว เวลานี้เราทั้งหลาย ขยายออกไปแล้ว ก็กว้างขวางพิสดารมากมาย ถ้าวิตถารนัย ก็พรรณนาไปถึง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ รวมเข้ามาแล้ว สังเขปนัยแล้ว มีธรรมอันเดียว เอกฺ ธมฺมํ เป็นธรรมอันเดียว เอกฺ จิตฺตํ มีจิตดวงเดียว นี่เป็นของเดิม ให้พากันให้พึงรู้ พึงเข้าใจต่อไป นี่แหละต่อไป พากันให้รวมเข้ามาได้ ถ้าเราไม่รวมนี่ไม่ได้ เมื่อใดจิตเราไม่รวมได้เมื่อใด มันก็ไม่สำเร็จ นี่แหละ ให้พากันพิจารณาอันนี้ จึงได้เห็นเป็นธรรม เมื่อเอาหนังออกแล้ว ก็เอาเนื้อออกดู เอาเนื้อออกดูแล้ว ก็เอากระดูกออกดู เอาทั้งหมดออกดู ไส้น้อย ไส้ใหญ่ ตับ ไต ออกมาดู มันเป็นยังไง มันเป็นคน หรือเป็นยังไง ทำไมเราต้องไปหลง เออนี่แหละ พิจารณาให้มันเห็นอย่างนี้แหละ มันจะละสักกายทิฐิแน่ มันจะละวิจิกิจฉา ความสงสัย จะเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ มันเลยไม่มี สีลพัตฯ ความลูบคลำ มันก็ไม่ลูบคลำ อ้อจริงอย่างนี้ เมื่อเห็นเป็นเช่นนี้แล้ว จิตมันก็ว่าง เมื่อรู้จักแล้วก็ตัด นี่มันจะได้เป็นวิปัสสนาเกิดขึ้น อันนี้เรามีสมาธิแน่นหนาแล้ว ทุกขเวทนาเหล่านั้น มันก็เข้าไม่ถึงจิตของเรา เพราะเราปล่อยแล้ว เราวางแล้ว เราละแล้ว ในภพทั้งสามนี้ เป็นทุกข์อยู่เรื่องสมมติทั้งหลาย จิตนั้นก็ละภพทั้งสาม มันก็เป็นวิมุตติ หลุดพ้นไปหมด นี่ละเป็น วิมุตติ แปลว่า หลุดพ้น จะเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ จิตนั้นจะได้เข้าสู่ปรินิพพาน ดับทุกข์ในวัฏสงสาร ไม่ต้องสงสัยแน่ เวียนว่ายตายเกิดในโลกอันนี้ เรื่องมันเป็นอย่างนี้ วัฏสงสาร ทำไมจึงว่า วัฏคือเครื่องหมุนเวียน สงสารคือ ความสงสัยในรูป เฮอ ในสิ่งที่ทั้งหลายทั้งหมด มันเลย ไม่ละวิจิกิจฉาได้ซี เดี๋ยวนี้เรารู้แล้ว ไม่ต้องวนเวียนอีก เกิดแล้วก็รู้แล้ว ว่ามันทุกข์ ชราก็รู้แล้วมันทุกข์ พยาธิก็รู้แล้ว ว่ามันทุกข์ มรณะก็รู้แล้วมันทุกข์ เมื่อเราทุกข์เหล่านี้ ก็ทุกข์เพราะความเกิด เราก็หยุด ผู้นี้ไม่เกิด แล้วใครจะเกิดอีกเล่า ผู้นี้ไม่เกิดแล้ว ผู้นี้ก็ไม่แก่ไม่ตาย ผู้นี้ไม่ตายแล้ว อะไรจะมาเกิด มันไม่เกิด จะเอาอะไรมาตาย ดูซิ ใจความคิดของเรา เดี๋ยวนี้เราเกิด เกิดแล้วก็ตาย ตายแล้วก็เกิด เกิดแล้วก็ตายอยู่อย่างนี้ มันก็เป็นทุกข์ไม่แล้วสักที
นำมาจาก กระดานสนทนา วัดบางพระ
posted on 03 Dec 2009 19:29 by nai236 in dhamma
คุณเห็นไหม แมวไม่มี แปรงสีฟัน
ปากของมัน ก็ไม่เหม็น เช่นปากหมา
กินของดิบ ของเน่า เท่ากันมา
ปากวิฬาร์ มิได้เหม็น เช่นปากสุนัข
ปากคนเรา เอาเป็นว่า ถ้าไม่แปรง
ไม่กินหมาก ปากแดง ให้หนักๆ
ปากจะเหม็น แรงมาก เช่นปากยักษ์
ล้วนประจักษ์ ข้อนั้นรู้ อยู่แก่ใจ
ถ้าไฉน ขอให้บ่ม "อมพระธรรม"
ตลอดวัน ยังค่ำ จะดีไหม
ปากจะหอม หวนมาก จากภายใน
ถ้าหาไม่ มาด่าฉัน กันให้พอฯ
พุทธทาส อินทปัญโญ
ขอบคุณเครดตจากหนังสือพระธรรมในคำกลอนฉบับกระเป๋าชุดปริศนาธรรมเซ็น
นำมาจาก กระดานสนทนา วัดบางพระ